ลิเวอร์พูล VS แมนยู แดงเดือดประจำปี 2020

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 23 ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
.
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำประตูแรก ก่อนที่ โม ซาลาห์ จะมายิงปิดกล่อง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เปิดรังเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 เก็บชัยชนะในศึกแดงเดือด พร้อมนำเป็นจ่าฝูงต่อทิ้งห่าง แมนฯซิตี้ 16 คะแนน
เกมส์ระหว่าง ลิเวอร์พูล VS แมนยู

– ครึ่งแรก –

1.เริ่มต้นเกม หงส์ก็เดินต่อย เดินต่อย และเดินต่อย ขนาดผีหนีไปหลบหลังกรรมการ ก็เอาไม่อยู่ สุดท้ายก็มาโดนเวอร์จิลโหม่งทำประตูขึ้นนำได้ในที่สุด

2.ถึงนำแล้ว ก็ยังเดินหน้าออกหมัดอยู่ฝ่ายเดียว จนผีลงไปให้กรรมการนับแปดอีกถึงสองครั้ง (ยิงเข้าอีก2ลูกแต่ไม่นับ)

3.ถ้าโดนอีกสักลูก เกมนี้ก็น่าจะจบเร็วกว่าที่คิด แต่ก็ยิงเพิ่มไม่ได้ ปลายครึ่งแรก เลยปล่อยให้ผีได้โงหัวขึ้นมาบ้างจึงได้มีโอกาสยิงครั้งแรกในช่วงท้ายเกม

4.ดูจากรูปเกม สงสารกองเชียร์ผีแดงเลย เชิงชั้นวรรณะทางฟุตบอลต่างกันลิบลับกับเจ้าบ้าน ถือว่าผีทำบุญมาเยอะ ที่ครึ่งแรกเสียเพียงแค่ลูกเดียว โดนทั้งลูกเซ็ทเพลย์ ลูกจ่ายตามช่อง ลูกไล่ลูกตื้อ พร้อมจะพลิกเป็นประตูทั้สิ้น

5.มาตรฐานทั้งสองทีมยังเหมือนเดิม คือ หงส์ไล่บี้ ผีส่งมั่ว(ชิบหาย) และ JK ยืน โอเล่นั่ง

– ครึ่งหลัง –

1.เริ่มขึ้นหลังมาได้แค่ห้านาที หงส์ยิงไปอีกสามหน เซฟหนึ่ง เสาหนึ่ง โอ๊ย เป่าจบเกมเถอะะะะะ ฉงฉาร โงหัวไม่ขึ้นเลย

2.เป็นเกมที่กองเชียร์มีความสุขมากที่สุดเกมนึงเลยก็ว่าได้ นี้มันแดงเดือดหรือเปล่าวะ หรือว่านอริชปลอมตัวมา

3.เมื่อมีโอกาส ผีกลับไม่คมเอง ทั้งเฟร็ด ทั้งมาเที่ยว ยิงไม่เน้นคุณภาพเลยจริงๆ

4.ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ เริ่มอึดอัด เมื่อประตูที่สองไม่มาสักที แรงเริ่มถดถอยเพราะใช้พลังงานไปเยอะในช่วงต้นของครึ่งหลัง จนเข้าสู่ 10นาทีสุดท้าย ภาวนาอย่าให้มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น ฝ่ายผีแดง เทหมดหน้าตัก ถอดกองหลังส่งตัวรุกมาเพิ่ม พร้อมกดดันเข้าใส่เจ้าบ้านเต็มเหนี่ยว

5.สิบนาทีสุดท้าย ความเป็นแดงเดือดเริ่มเปร่งประกายความสนุก เมื่อผีแดงหมดความอดทน ไม่หนีแล้วโว้ย เดินหน้าสู้แม่มเลย

6.แต่แล้ว นาทีสุดท้ายในช่วงทดเจ็บ พี่หมีรับบอลจังหวะเหมือนจะล้ำหน้าของผีแดง บรรจงสาดยาว ไปให้บังโม ควบตะบึงไปคนเดียว โดยมีแดน เจมส์ วิ่งเต็มที่เพื่อเข้าสกัด แต่ก็เอาไม่อยู่ ซาลาห์จึงจัดการสังเวยประตูแรกของตัวเองที่ยิงใส่ปีศาจแดงเข้าไปอย่างสวยงาม พร้อมกับกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

7.จบเกม หงส์แดงคว้าชัยชนะในศึกแดงเดือดครั้งนี้ไปได้ด้วย สกอร์ 2 ประตูต่อ 0 กลายเป็นหงส์แดงชนะครบทุกทีม เป็นที่เรียบร้อย (อ่อ ยังเหลือเวสท์แฮม อีกทีม เดี๋ยวตามไปจัดให้ถึงในบ้าน) ทำคะแนนทิ้งเรือใบ 16 แต้ม แถมแข่งน้อยกว่า 1 นัด จบข่าว ฝันดี ราตรีสวัสดิ์

ขอได้รับความขอบคุณจาก

เด็กหงส์ในดงผี (ภายใต้นามปากกา คนติดเล่า)

ให้เสียงภาษาไทยโดย ลำโพง

2 thoughts on “ลิเวอร์พูล VS แมนยู แดงเดือดประจำปี 2020

  1. admin says:

    สถิติ Liverpool หลังชนะ Man. Utd.

    – ไม่แพ้ในบ้าน 52 นัดติดต่อกัน (ชนะ 42 เสมอ 10)
    – ไม่แพ้เกมลีก 39 นัดติดต่อกัน
    – ชนะเกมลีก 12 นัดติดต่อกัน
    – ชนะเกมลีกในบ้าน 19 นัดติดต่อกัน
    – ยิงประตูในลีก 31 นัดติดต่อกัน
    – ยิงประตูในฤดูกาลนี้ได้ทุกนัดและเป็นสถิติใหม่ของสโมสร
    – ไม่เสียประตูในลีก 7 นัดติดต่อกัน
    – Klopp คุมหงส์แดงชนะเกมที่ 150 ใน 244 นัด
    – Salah ยิงประตู Manchester United ได้เป็นนัดแรก

  2. admin says:

    ถึงแม้จะเหนื่อยไม่ใช่น้อย แต่การทลายกำแพงด่านสำคัญอย่าง “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ลงได้ ก็ถือว่าเดินเข้าใกล้แชมป์ไปอีกก้าวนึง

    ในเรื่องของตัวผู้เล่นทั้ง 2 ทีม แน่นอนว่ายูไนเต็ด เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาขาดทั้งแรชฟอร์ด และป็อกบา ต่างจากลิเวอร์พูล ที่ตัวหลักต่างพากันตบเท้าลงสนามอย่างครบครัน

    เชื่อว่าแฟนปีศาจแดงหลายคน คงจะเซ็งไม่ใช่น้อยที่ได้เห็นผู้เล่น 11 ตัวจริง อ่อนยวบกว่าที่เคยเป็น การจะต้านลิเวอร์พูล นั้น มันดูยากลำบากเหลือเกิน

    อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามมันไม่ได้แย่ซะทีเดียว

    แม้ลิเวอร์พูล จะเดินหน้าบดบี้ขยี้ใส่มากเท่าไร แต่นักเตะยูไนเต็ด ยังคงใช้ความขยันและอดทน ตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับแบบเน้นๆ

    ผมมองว่าวันนี้เราใช้โอกาสเปลืองพอสมควร มีบางลูกควรได้แต่ก็พลาดไปอย่างเหลือเชื่อ มันน่าจะปิดกล่องได้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลังด้วยซ้ำ

    แต่พูดว่าเป็นโชคดีของยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปาก เพราะพวกเขาก็เล่นได้ดี สู้กับเราได้อย่างสนุกสูสี

    15 นาทีสุดท้าย หายใจไม่ทั่วท้องเลย หลังจากผ่อนคันเร่งลง ก็เหมือนเชิญให้ยูไนเต็ด บุกเข้ามาถึงหน้าบ้าน และได้จบสกอร์อยู่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็พลาดเยอะไม่ต่างจากเรา

    แลกกันไปแลกกันมาอย่างตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็เป็นซาล่าห์ ที่รับลูกเปิดยาวจากอลิสสัน ก่อนโซโล่ลากเข้าไปยิงสวนตัวเดเคอา อย่างสุดสวย และนี่เป็นการยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งแรกของเจ้าตัวอีกด้วย

    ว่าแล้วก็เลยถอดเสื้อโชว์แม่ม !!

    ผมบอกแล้วว่าแดงเดือดไม่เคยน่าเบื่อ เราสามารถคว้า 3 แต้มได้ตามเป้าหมาย ถึงแม้จะลุ้นหนักและหืดจับก็ตามที

    เหลือเกมในมืออีก 16 นัด มีให้เก็บถึง 48 คะแนน แต่ลิเวอร์พูล ต้องการเพียงแค่ 30 คะแนนก็เพียงพอต่อการเป็นแชมป์
    เพราะรองจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอันดับ 3 อย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ต่างพากันสะดุด

    ยิ่งผู้ตามสะดุดมากขึ้นเรื่อยๆ โจทย์ก็จะง่ายลงไปอีก

    ตอนนี้ทุกอย่างมันสดใสและเปิดกว้างกว่าที่เคยเป็น บัลลังก์แชมป์อยู่ไม่ไกลแล้ว ขอเพียงรักษามาตรฐานนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

    การรอคอยอันยาวนานก็จะสิ้นสุดลงซักที

    #Liverpool

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *